หลังจากอู้ไปเกือบเดือน เราก็กลับมาต่อแล้วค่าาาาาา (มีคนรออ่านบ้างมั้ยน้า เอิ๊กกกก แต่ถึงไม่มีเราก็จะเขียนล่ะ เขียนแล้วเพลินดี 555)
 
คราวก่อนเราทิ้งท้ายไว้ว่าจะพูดถึงระบบขนส่งมวลชนของอังกฤษเนอะ ก็มาเริ่มกันเลยดีกว่า อันที่จริงระบบขนส่งมวลชนที่โน่นก็เหมือน ๆ ที่บ้านเราแหละ ผิดแต่ที่โน่นไม่มีพี่วิน และข้ามเมืองโดยใช้รถไฟกันเป็นหลักเพราะจะเร็วกว่า แต่ถ้าเน้นถูกไม่ต้องการความเร็ว ก็นั่งรถ Coach ซึ่งเป็นเหมือนรถทัวร์บ้านเรา ราคาต่างกับรถไฟชนิดหน้ามือเป็นหลังมือเลย แต่ลงจากรถอาจหลังเดาะได้นะ เพราะบางครั้งมันก็นานมากกกก
 
มาเริ่มกันที่รถไฟละกันนะคะ แน่นอนว่าระบบรถไฟที่อังกฤษนั้นประเสริฐกว่ารถไฟหวานเย็นบ้านเราอยู่ประมาณสามล้านแปดแสนเท่า ประการแรกคือรถมันมาตรงเวลาเป็นหลักนาที บอกว่าจะมา 15.48 นาที พอถึงเวลานั้นมันก็จะมาจอดเทียบชานชาลาพอดี
 
แต่ระบบรถไฟที่อังกฤษยังไม่เที่ยงตรงที่สุดนะคะ (ถ้าที่สุด เราว่าน่าจะเป็นสวิตเซอร์แลนด์) เพราะก็มีดีเลย์บ้าง แต่เค้าจะมีเวลาประมาณการให้ค่ะว่าดีเลย์แล้วจะมาถึงตอนประมาณไหน ทำให้การรอคอยของเราเป็นไปอย่างมีเป้าหมาย ฮา และส่วนใหญ่ก็ดีเลย์ไม่มากด้วย เท่าที่เราเจอมักเป็นปัญหาจากพวกภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วมอะไรทำนองนี้ค่ะ
 
อีกประการหนึ่งคือสภาพรถไฟดีมากทั้งนอกรถและในรถค่ะ
 
 
รูปนี้เราจิ๊กมาจากเว็บ dailymail.co.uk นะคะ
เพิ่งรู้ตัวเหมือนกันว่าเราไม่เคยถ่ายรูปรถไฟเก็บไว้เลย 555
 
 
การรถไฟที่อังกฤษเค้าดำเนินการโดยเอกชนนะคะ จะมีบริษัทรถไฟอยู่หลายเจ้า เปิดให้บริการในพื้นที่แตกต่างกันไป เช่นบริษัท Northern Rail ก็จะเน้นทางช่วงตอนเหนือของประเทศ (คิดว่าใช่นะ) เป็นต้น แถว York ที่เราอยู่ ก็มีบริษัทใหญ่ ๆ อยู่ 2 เจ้ามั้ง คือ east coast กับ first transpennine (อ่านว่า ทรานสเพนไนน์นะจ๊ะ เราอ่านทรานสเพนนินมาจนจะกลับ ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าอ่านผิด 555) จริง ๆ อาจจะมีบริษัทอื่นอีก แต่เราจำไม่ได้ 555
 
แต่เวลาเราจะขึ้นรถไฟ ส่วนใหญ่ไม่ต้องซีเรียสหรอกค่ะว่าบริษัทอะไร แค่สภาพรถก็จะต่างกันนิดหน่อยน่ะนะ ไม่มาก มีพิเศษคือบางเจ้าอย่าง east coast นี่จะมี wi-fi ให้เล่นฟรี 15 นาที เป็นต้น และบางทีอยู่ดี ๆ ก็จะมีการแจกขนมกันซะงั้น อย่างวันที่เราเพิ่งลงจากเครื่องมาวันแรก ขึ้นรถไฟแล้วเค้าก็แจกขนมเป็นบิสกิตห่อเล็ก ๆ ให้คนละห่อ เข้าใจว่าแทนคำขอโทษนะ เพราะว่าวันนั้นพนักงานรถไฟเค้าประท้วงกัน การเดินรถเลยมีปัญหาน่ะค่ะ
 
การซื้อตั๋วรถไฟที่อังกฤษ แบ่งได้เป็น...3 แบบล่ะมั้ง คือซื้อออนไลน์ ซื้อกับเครื่องขายตั๋ว และซื้อกับพนักงาน ถ้าซื้อออนไลน์ก็ เว็บนี้ เลยค่ะ จะมีรายละเอียดบอกทั้งหมดว่ารถเที่ยวกี่โมง จากที่ไหนไปที่ไหน ใช้เวลาเท่าไหร่ เราใช้วิธีนี้บ่อยสุดเพราะสะดวกดี ไม่ต้องถ่อไปถึงสถานี
 
พอซื้อแล้วให้เค้าส่งตั๋วมาที่บ้านก็ได้นะคะ แต่ส่วนใหญ่เราเลือกไป collect เองที่สถานี เวลา collect จะ collect จากเครื่องขายตั๋วหรือกับพนักงานก็ได้ เราก็เลือกเครื่องขายตั๋วอีก (เป็นมนุษย์ไม่ชอบมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์อื่น ฮา) เครื่องขายตั๋วที่นั่นหน้าตาคล้าย ๆ เครื่องขายตั๋ว MRT บ้านเราน่ะค่ะ แต่มันจะมีช่องให้เราเสียบบัตรเดบิต/เครดิตที่เราใช้จ่ายค่าตั๋วเข้าไป กรอกเลข reference number ที่เค้าจะเมลมาให้ จากนั้นตั๋วก็จะร่วงลงมา
 
แต่ไม่ว่าจะซื้อแบบไหน สิ่งที่นักเรียนที่ไปเรียนอังกฤษทุกคนควรทำเอาไว้ก่อนที่จะลงมือซื้อคือสิ่งที่เรียกว่า railcard ค่ะ เป็นอารมณ์บัตรส่วนลดสำหรับนักเรียนที่จะทำให้เราได้ลดค่าตั๋ว 30% ทุกครั้งที่เราซื้อตั๋วรถไฟ (จริง ๆ ก็มีเงื่อนไขนิดหน่อย แต่เงื่อนไขนั่นไม่กระทบเราเท่าไหร่ เลยนับว่าคุ้มมากค่ะ) ค่าทำบัตรนี้ ตอนที่เราไปก็ 1 ปี 28 ปอนด์ ไม่รู้ว่าตอนนี้ขึ้นหรือยังนะคะ แต่ส่วนลดที่ใช้ไป เกินค่าทำบัตรแน่ ๆ เวลาจะทำก็ไปสถานีรถไฟใกล้บ้านท่านพร้อมรูปถ่ายหนึ่งรูป หาแบบฟอร์มที่เขียนว่า 16-25 railcard กรอกแล้วเอาไปยื่นที่พนักงาน (ถึงมันจะเขียนว่า 16-25 แต่คนที่อายุเกิน 25 แต่ยังเป็นนักเรียนอยู่ก็ทำอันนี้ได้นะคะ ;))
 
อีกอย่างที่จะช่วยให้เราประหยัดค่าตั๋วได้มาก คือการซื้อตั๋วล่วงหน้าค่ะ ยิ่งนานยิ่งดี (รู้สึกว่าล่วงหน้าได้นานสุด 3 เดือนก่อนวันเดินทางนะ) ตัวอย่างเช่น ตั๋วรถไฟจาก york ไป london ถ้าซื้อในวันที่เดินทาง จะตกอยู่ที่เที่ยวละเฉียด 100 ปอนด์หรือแพงกว่านั้น (เกือบ 5000 บาท สยอง~) แต่ถ้าซื้อล่วงหน้าซักสองเดือน อาจจะลดเหลือแค่ 14 ปอนด์เท่านั้นเอง
 
รายละเอียดการซื้อตั๋วยังมียิบย่อยอีกนะคะ แต่ถ้าไปแล้วก็จะค่อย ๆ เรียนรู้ไปเองแหละเน้อ
 
บรรยากาศในสถานีรถไฟที่ York ค่ะ เป็นสถานีเก่าเอาการเลย
พี่คนไทยที่นี่บอกว่าเป็นสถานีรถไฟแห่งแรกในอังกฤษ ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงเท็จประการใด 555
 
อ้อ สำหรับคนที่จะไปเที่ยวแล้วแน่ใจว่านั่งรถไฟเยอะแน่ ๆ มีอีกทางนึงที่สะดวกดีนะคะ คือ Brit Rail อันนี้ซื้อแบบเหมา ๆ ตามจำนวนวันที่จะไป วันนึงขึ้นกี่ครั้งก็ได้ เที่ยวไหนก็ได้ ลองอ่านรายละเอียดในเว็บดูเน้อ แต่เค้าขายเฉพาะคนที่อยู่นอกประเทศนะคะ เพราะเป็นสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ คนที่เรียนอยู่ที่นี่หมดสิทธิซื้อเอง (แต่ให้คนที่ไทยซื้อส่งมาได้นะ อันที่จริงมันก็ผิดกฎแหละ แต่ก็นะ ฮา)
 
ที่อังกฤษนี่โครงข่ายรถไฟเค้าครอบคลุมมาก ถ้าไม่ใช่ว่าเมืองเล็กแบบชนบทจริง ๆ มักจะมีสถานีรถไฟเป็นของตัวเองนะ ส่วนเราไปอยู่ York ก็สบายหน่อย เพราะถึงจะเป็นเมืองเล็กแต่ York เป็นชุมทางรถไฟค่ะ จะไปเมืองใหญ่ ๆ เมืองอื่นก็มักจะมีรถไฟวิ่งตรง ไม่ค่อยต้องไปเปลี่ยนที่ไหน สบายไป
 
อ้อ เวลาข้ามเมืองเราใช้รถไฟเป็นหลัก ไม่เคยขึ้นรถโค้ช (ที่เหมือนรถทัวร์บ้านเรา) แต่มีพี่บอกมาว่าจาก York ไป London แค่ 4-5 ปอนด์เองนะ ถูกมากเมื่อเทียบกับค่ารถไฟ (และค่าครองชีพของเค้าที่มีไอศกรีมโคนละเกือบ 2 ปอนด์เป็นมาตรฐาน) แต่นั่ง 5 ชั่วโมงแน่ะ ลงมาคงปวดตัวน่าดู
 
ว่าจะเขียนเรื่องขนส่งมวลชนให้หมด แต่ขอจบแค่ตรงรถไฟก่อนแล้วกันนะคะ (มันชักยาว) ต๊ะไว้ก่อน ครั้งหน้าเราจะมาเล่าเรื่องรถเมล์กับแท็กซี่พร้อมทั้งรถไฟใต้ดินหรือที่เรียกกันว่า tube ในลอนดอนให้ฟังเน้อ~
 


edit @ 18 Feb 2013 12:13:03 by z_tiars

Comment

Comment:

Tweet

มายืนยันนั่งยันนอนยันว่าจริงจ้า เรื่องความตรงต่อเวลา (ตอนแรกคิดว่ามันจะตั้งเวลา xx.08 ไปทำไม แปดนาทีทำไม ไม่เอาเลขกลมๆ เอาเข้าจริงมันมาตรงแป๊ะเลยพระเจ้าจ๊อด sad smile)
ส่วนเรื่องสวิสนี่เราไม่แน่ใจเรื่องรถไฟ คงตรงมากจริงๆ เพราะแม้กระทั่งรับกระเป๋าจากสายพานที่สนามบินมันยังตรงเวลาเลยจ้า ไม่ถึงเวลาไม่เปิดเครื่องด้วยเอ้า คนรอๆก็รอกันเต็มสนามบินเจนีวาไป question

#3 By Bunny Burrow on 2013-02-22 04:21

ตอนเป็นนักเรียนค่ารถไฟถูกมากกกก
แต่ว่าพอทำงานแล้วเนี่ยแทบไม่ได้นั่งรถไฟอีกเลย ฮื้อๆๆๆๆ แพงงงง
เห็นด้วยค่ะว่ารถไฟเค้าประเสิรฐมากกก ส่วนใหญ่มาตรงเวลาไม่หวานเย็นแบบบ้านเรา เมื่อไหร่ไทยจะมีรถไฟดีๆกะเค้าบ้างเนี่ย

#2 By Rose on 2013-02-18 17:19

ชอบยอร์ก เมืองน่ารัก ไปชมรถไฟฮอกวอร์ดมาแว้ว Hot! Hot! big smile

#1 By NhonNhoi on 2013-02-18 13:41

Categories