เวลาสมัครเรียนป.โทที่อังกฤษ เราเข้าใจว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เค้าตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับเราเข้าเรียนมี 3 อย่างค่ะเราไม่แน่ใจว่าเค้าให้น้ำหนักอะไรเป็นพิเศษมั้ย แต่คิดว่าน่าจะเฉลี่ย ๆ กันไปค่ะ สามอย่างที่ว่าก็คือ
 
 
1. transcript
2. reference letters
3. SOP
และที่อาจจะมีผลนิดหน่อย แต่ไม่มากคือ ผลคะแนนภาษาอังกฤษ IELTS ค่ะ อ้อ ถ้าใครอยากยื่นเป็น TOEFL ก็ได้นะคะ
 
 
อย่างแรก transcript ก็คงจะรู้จักกันอยู่แล้วเนาะ มันคือใบแสดงผลการเรียนของเรา อันนี้ก็...มาถึงจุดที่จะสมัครป.โท คงทำอะไรกับมันไม่ได้มากแล้วแหละ 555 เพราะคงเรียนใกล้จบหรือจบแล้ว เราเคยได้ยินมาว่าที่อังกฤษจะพิจารณาผลการเรียนป.ตรีก่อน แต่ถ้าเป็นที่อเมริกา จะพิจารณาผลคะแนนภาษาอังกฤษก่อน ก็ไม่รู้ว่าจริงเท็จยังไงเหมือนกัน
 
 
ต่อมา reference letters เติม s เพราะมันใช้มากกว่าหนึ่งค่ะ เป็นจดหมายรับรองจากคนที่เค้าเป็น referee ให้เรา ว่าแต่ก่อนเราเป็นยังไง ขยันแค่ไหน เก่งมั้ย อะไรงี้ เราว่าสำคัญมากเลยนะคะ ถ้าคนที่เราให้เขียนให้เป็นคนที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในด้านที่เราสมัครล่ะก็ ชีวิตจะดีขึ้นจมหูเลยล่ะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจิ้ม ๆ เอาอาจารย์ที่ดัง ๆ มาซักคนนะคะ คนที่เขียนต้องเป็นคนที่รู้จักเราจริง ๆ หรือเคยทำงานร่วมกับเราด้วย ของเรา เรารบกวนอาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจคท์ตอนป.ตรีเขียนให้ค่ะ มีสองคน คนนึงเป็น specialist ด้านนี้เลย อาจารย์เขียนให้เราดีมากกกกก ชนิดอ่านแล้วนึกว่าไม่ใช่ตัวเอง 55555
 
 
สุดท้าย SOP ตอนเราได้ยินคำนี้ครั้งแรกนี้อึ้งไปวินึง เพราะเคยได้ยินก็จริง แต่มันเป็น SOP ในความหมายว่า Standard Operation Procedure คือวิธีและขั้นตอนการปฏิบัติงานในโรงงานยาอะไรพวกนี้ 55555 ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ มันคือ Statement of Purpose ค่ะ คือให้เขียนบรรยายเหมือนเรียงความสมัยประถม ประเภท โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร ทำนองนี้น่ะค่ะ คือต้องบอกเค้าว่าทำไมถึงอยากเรียนยูนี้ หลักสูตรนี้ เรียนจบไปแล้วจะไปทำอะไร อันนี้ก็สำคัญมากกกกกกกกก เคยได้ยินมาว่าบางคน เกรดแย่มาก แต่เขียน SOP ดีมาก ก็ได้เข้ายู top 3 ของอังกฤษเลยนะ
 
 
นอกจากสิ่งสำคัญสามอันนี้แล้ว ก็มีจิปาถะอื่น ๆ ประเภทหน้าพาสปอร์ต อะไรพวกนี้ ก็เตรียมกันไปเนอะ แต่ถ้าจำไม่ผิด สามอย่างนี้เป็นสิ่งที่ให้ยื่นไปก่อนค่ะ คะแนน IELTS ตามไปทีหลังได้ คงให้เวลาไปสอบใหม่เรื่อย ๆ ล่ะมั้ง
 
เอารูป York Minster ให้ดูคั่นเวลา แก้เหนื่อยค่ะ (มุมซ้ายล่างนิ้วเราเอง ทำเป็นไม่เห็นละกันนะคะ 555)
 
 
ทีนี้เวลาสมัคร ก็ทำได้สองแบบค่ะ สมัครผ่านเอเจนซี่ กับคือสมัครเองเลย จริง ๆ สมัครเองก็ได้นะ อย่าไปกลัว เพื่อนเราคนนึงสมัครเอง (เพราะยูที่อยากได้ไม่มีเอเจนซี่) ก็เห็นเรียบร้อยดี แค่เราอาจจะต้องคุยกับเค้าทางอีเมลนิดหน่อย ก็ตั้งสติให้ดี ๆ คิดซะว่าซ้อมไว้ก่อนไปเรียนจริง 555 แต่เนื่องเราขี้เกียจ (อีกแล้ว) เลยสมัครผ่านเอเจนซี่ค่ะ ให้เค้าตามเรื่องให้ สบายดี พี่ ๆ เค้าก็บอกว่าซักสองเดือนจะรู้ผลนะคะน้อง
 
 
ส่วนตัว เกรดเราโอเคค่ะ ไม่มีปัญหา แต่ก็อย่างที่บอกว่าไม่ค่อยมีพื้นฐานด้าน economics เท่าไหร่ (ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งที่เค้าพิจารณา) SOP ห่วยแตกมากกกกกกก รู้ตัว เพราะมันไม่เขียนให้ดูดีกันได้ง่าย ๆ นะเออ (ถึงขั้นมีคนรับจ้างเขียนเป็นเรื่องเป็นราวเลยแหละ) เราว่าเราได้ reference letters ช่วยเอาไว้นี่แหละค่ะ
 
 
กว่าจะรู้ผลครบทั้งสามยูนี่ เล่นเอาเราโรคกระเพาะกำเริบเลยนะคะ คือของ Sheffield กับ East Anglia เนี่ย ผลมาเร็วมาก ไม่ถึงเดือนมั้ง บอกว่าเค้ารับเรา
 
 
แต่ปัญหาคือผลสอบ IELTS เราครั้งแรก ไม่ผ่านเกณฑ์ของเค้าค่ะ เค้าเอาเฉลี่ย 6.5 และแต่ละพาร์ทต้องไม่น้อยกว่า 6.5 (ก็ไม่เข้าใจว่าจะระบุคะแนนเฉลี่ยมาทำไม ถ้าแต่ละพาร์ทไม่น้อยกว่า 6.5 เฉลี่ยมันก็ต้องไม่ต่ำกว่า 6.5 อยู่แล้วเซ่ !!!! /โวยวาย) แต่เรามีพาร์ทฟังซึ่งได้แค่ 6 ก็เลย...ต้องไปสอบใหม่ OTL เพราะถ้าคะแนนไม่ถึงจะต้องไปเรียนภาษาอังกฤษที่โน่นนานพอสมควร และต้องไปเร็วกว่าที่คิดไว้ร่วมสองเดือน แต่เรายังอยากรอผลของยอร์คก่อน
 
 
ใช่ค่ะ ผลของยอร์คยังไม่มา เดือนนึงก็แล้ว สองเดือนก็แล้ว จนกระทั่งสามเดือน (พี่ที่เอเจนซี่บอกว่า "ที่ช้าเพราะว่าเค้าสนใจเรานะ" ขอบคุณค่ะพี่ หนูล่ะอยากถามกลับว่า "แต่ก็แปลว่าเค้ายังลังเล้ลังเลใช่มั้ยคะ ว่าจะเอาอีนี่เข้าไปเรียนดีมั้ย" แต่เราควรเป็นเด็กดีมารยาทงาม เลยไม่ทำ 555) น้าเราช่วยโทรไปจี้พี่ที่เอเจนซี่ ให้พี่เค้าจี้ไปทางมหาลัยอีกต่อนึง ในที่สุดผลก็มา
 
 
ว่าเราได้ offer !!! (อันที่จริงคงได้แบบอาจารย์คิดว่า เออ ให้ ๆ มันไปเหอะ ขี้เกียจคิดแล้ว 555)
 
 
แต่ก็แอบเฟลนิดนึง เพราะอันที่จริงคะแนน IELTS เราถึงเกณฑ์ของยอร์ค ไม่ต้องไปเรียนภาษาอังกฤษที่โน่น แต่กว่าผลของยอร์คจะมา เราก็ไปสอบ IELTS มาอีกรอบแล้ว เสียตังค์ค่าสอบ 6000 ไปฟรี ๆ OTL ที่เฟลไปกว่านั้น คือคราวนี้คะแนน IELTS เราเฉลี่ยได้ตั้ง 7 (!!!!! สอบเองตกใจเอง) เรื่องของเรื่องคือพาร์ทอ่านเราดีมากน่ะค่ะ ได้ตั้ง 8.5 เต็ม 9 (อ่านคล่อง เพราะอ่านพวก scans มังงะบ่อย 55555) แต่พาร์ทอื่นก็งั้น ๆ แถมพาร์ทเขียนเหลือแค่ 6 สรุปว่าถ้าเราไม่ได้ยอร์ค เราก็ยังไม่ผ่านเกณฑ์ภาษาอังกฤษของอีกสองยูที่เหลืออยู่ดี (นั่นก็คือไม่ว่าจะทางไหน ข้าพเจ้าก็เสียตังค์ฟรี 555)
 
 
แต่เฟลอยู่ได้ไม่นานหรอกค่ะ เพราะยังไงก็ได้ยอร์คแล้วนี่ หลั่นล้าเลยเชียว (แต่ก็ต้องรักษาโรคกระเพาะที่ยอร์คก่อเอาไว้อยู่สักพักเลยล่ะ)
 
 
ทีนี้เมื่อเค้ารับเราแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนเตรียมตัวทำวีซ่าและเตรียมข้าวของไปที่โน่น ซึ่งก็ทำให้เราปวดกระเพาะอีกแล้ววววว

edit @ 10 Jan 2013 13:26:54 by z_tiars

edit @ 10 Jan 2013 13:39:02 by z_tiars

Comment

Comment:

Tweet

ตอนนี้เริ่มหายหนาวแล้วค่ะ หิมะไม่ตกแล้วด้วย (ตกแค่ 3-4 วันเอง)
ไอติมก็อร่อยหรอคะ?? วันหลังต้องไปลองค่ะ XDD

#13 By In Edinburgh on 2013-02-03 22:29

โอ๊ะ เหมือนเจอแผนที่ 55
กำลังคิดจะไปเรียนต่อเหมือนกันค่ะ แต่ติดหลายๆเรื่อง แหะๆ
ขอมาตามเก็บข้อมูลหน่อยนะคะ อัพเรื่อยๆนะ อย่าเพิ่งทิ้งพวกเราไป confused smile

#12 By หนูประกาย on 2013-01-21 15:35

@a-place-4-my-head 555 จริงด้วย เราไม่น่าออกตัวล้อฟรีก่อนเลย ขอบคุณมากค่า
@iiemah เตรียมตัวเยอะนิดนึงเหมือนกันค่ะ แต่ค่อย ๆ ทำไปก็พอไหวอยู่
@hotcourses ขอบคุณค่า
@inedinburgh เก่งจังเลยค่ะ ตอนนี้ที่สก็อตหนาวมั้ยคะ /ถ้าได้ไปอีกลองสั่งไอศกรีมดูนะคะ ไอติมของเบ็ตตี้ส์นี่สุดยอดเหมือนกัน จริง ๆ อร่อยหมดทุกอย่างแหละ 555
@alonesknight หมายถึงข้อสอบอันไหนเอ่ย ถ้าหมายถึง IELTS ก็มี reading ค่ะ จำไม่ค่อยได้แล้ว แต่รู้สึกจะอ่าน 4 เรื่อง รวม ๆ น่าจะเป็นสิบหน้าเหมือนกันนะ

#11 By z_tiars on 2013-01-16 15:31

อั๊ยย๊ะ  ยินดีด้วยค๊า confused smile Hot!
อยากไปเรียนที่อังกฤษบ้างเหมือนกัน
แต่กำลังคิดๆอยู่ว่าจะไปตอนจบ ม.ปลายเลยดีมั้ยsad smile
ในข้อสอบมี reading มั้ยคะ ถ้ามี reading เค้ายาวมั้ย

#10 By .:General♠Alones:. on 2013-01-13 20:57

ยินดีด้วยนะคะ
เรียนตรีอยู่ที่ UK เหมือนกันค่ะ (Scotland) 
ตอนแรกกะจะไปยอร์คเหมือนกันค่ะ แต่สุดท้ายก็เลือก Edinburgh ค่ะ
ชอบยอร์คค่ะ เคยไปเที่ยว ชอบ afternoon tea ของร้าน Betty's มากๆค่ะ
สู้ๆนะคะ  cry cry

#9 By In Edinburgh on 2013-01-12 18:26

ดีใจด้วยค่ะ สู้ๆ นะคะ

#8 By Hotcourses Thailand on 2013-01-11 19:17

อ่านแล้วรู้สึกเหมือนต้องเตรียมตัวเยอะพอสมควรเลย
ยินดีกะจขบ ด้วยนะคะ เก่งจังเลยนนน cry

#7 By hameii on 2013-01-11 15:43

เก่งจังค่ะ ตั้งใจขนาดนี้ยังไงก็ต้องได้อยู่แล้วเนอะ ยินดีด้วยค่ะ big smile
ปล. นิ้วนั่น..ถ้าไม่ทักแต่แรกก็ไม่เห็นหรอกนะ sad smile Hot! Hot! Hot!
@cafeayako ขอบคุณค่า สู้ ๆ นะคะ ค่อย ๆ ดูเนอะว่าอันไหนเหมาะกับเรา คล้าย ๆ กันเลยค่ะ เราเองที่บ้านก็อยากให้เรียนเอกด้วย แต่แค่โทเราก็จะตายแหล่ว T T ถ้ามีอะไรสงสัยเรื่องอังกฤษลองถามมาได้นะคะ ยินดีตอบเสมอ (แต่ไม่รู้จะตอบได้แค่ไหนนะคะ ความรู้เรามันง่อยมาก 555)
@tueaii ขอบคุณค่ะ ^^ วันนี้ว่าจะต่อเรื่องวีซ่าล่ะค่ะ ต้องรีบเขียนตอนที่ยังมีไฟ 555
@travelling-ok ขอบคุณที่แอดค่า *กอด* ยอร์คน่ารักมากจริง ๆ อยู่แล้วมีความสุขมากเลย
@ma-meowz ไปเลยยยย เที่ยวก็ได้ เรียนก็ได้ คุ้มนะ 555

#5 By z_tiars on 2013-01-11 10:25

อยากไป ><

#4 By MAMEOWZ ♪ on 2013-01-10 19:37

สู้ๆนะคะ ถ้ามหาลัยรับแล้วเรื่องวีซ่าไม่ยากหรอกค่ะ
ยินดีต้อนรับสู่อังกฤษ เย้ๆๆ
เคยไปเที่ยวยอร์คสามปีก่อน เมืองสวยน่ารักมากๆ โบสถ์ใหญ่อลังการงามสุดๆเลยค่ะ
แอดบลอคนะค้า >___< Hot!

#3 By Rose on 2013-01-10 17:45

ว้าว ยินดีด้วยนะคะ 
จะรอตามอ่านเอนทรี่ต่อๆ ไปค่ะ big smile

#2 By tueaii on 2013-01-10 16:43

ยินดีด้วยนะคะ Hot!
เราเองก็วางแผนเรียนต่อโทฯอยู่
ใจอยากไปต่อนอก แต่พ่ออยากให้ไปต่อเอกนอก แต่เรียนโท ที่ไทย
เราเองก็เหนื่อยเกิน ไม่ได้คิดไปไกลถึงเรียนเอกเพราะอยากเรียนแค่โท
ยินดีด้วยอีกทีค่ะ confused smile confused smile

#1 By Ayako on 2013-01-10 14:22

Categories