อิจฉาคนขี้งอน

posted on 10 Dec 2010 20:24 by z-tiars
โกรธกับงอนไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
คิดว่าทุกคนน่าจะเห็นด้วยกับประโยคนี้ เพราะเชื่อว่าทุกคนเคยโกรธ และคงไม่มีใครที่ไม่เคยงอนคนอื่นเลยแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต
เมื่อเทียบกันแล้ว “งอน” เป็นคำที่ฟังแล้วดูน่าเอ็นดูกว่า “โกรธ” อยู่หลายขุม
คนขี้งอน หากงอนแต่พองามก็ดูน่ารัก แต่คนขี้โมโห หรือคนโกรธง่ายนั้นไม่น่าคบเลยสักนิด
และสำหรับฉัน คนขี้งอนคือคนที่น่าอิจฉา

ฉันไม่สนใจว่าคำคำนี้มีความหมายตามพจนานุกรมอย่างไร เพราะคงไม่มีใครไม่เข้าใจลักษณาการของคำว่า “งอน”

ตามคำจำกัดความของฉัน “งอน” คืออาการอย่างหนึ่งที่คนเรามักแสดงออกมาเมื่อการกระทำของใครบางคนไม่เป็นไปอย่างใจเรา ไม่ได้อย่างที่เราต้องการ หรือขัดใจเราตั้งแต่ระดับเบาบางจนถึงระดับหนักหน่วงที่สุด โดยอาการแสดงจะแตกต่างกันไปตามดีกรีความอาร์ตของแต่ละบุคคล แต่ที่สำคัญและที่เหมือนกันคือ “งอน” ต้องการการตอบสนองเสมอ

ด้วยนิยามดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการโมโหคอมพิวเตอร์ที่แฮงค์จนบันทึกงานไม่ได้และสูญงานที่ทำมาร่วมครึ่งวันไป ไม่เรียกว่างอน การอาละวาดที่จับได้ว่าแฟนแอบไปมีกิ๊ก ทุบทำลายข้าวของแก้เครียด ก็ไม่เรียกว่างอนเหมือนกัน และการโกรธใครสักคนจนกระทั่งไปยิงทิ้ง ยิ่งไม่เรียกว่างอนเข้าไปใหญ่ จะเป็นก็แค่โทสะเท่านั้น
เพราะการกระทำที่ว่ามานี้ไม่ต้องการการตอบสนอง อย่างตัวอย่างสุดท้ายนั่น อีกฝ่ายม่องเท่งไปแล้วจะจุดธูปอัญเชิญกลับมาตอบสนองเราได้ยังไง

และไม่มีใครงอนสิ่งของ นั่นเพราะสิ่งของไม่อาจสนองความต้องการของคนที่งอนได้
แล้วคนที่งอนต้องการอะไร ?
สิ่งเดียวที่ “งอน” ต้องการคือ “ง้อ”

“ง้อ” กับ “งอน” คงอยู่ด้วยกันมาราวกับฝาแฝดตั้งแต่สมัยโบราณ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีคำว่า “งอนง้อ” หรือ “ง้องอน”
เพราะมีงอน จึงได้มีง้อ
ก็ถ้าหากไม่มีงอนแล้วง้อจะไปง้อใครกัน ง้อคงต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว หมดความหมาย และเฉาตายไปโดยไร้ค่าน่ะสิ
แต่ก็เพราะมีง้อ จึงได้มีงอน

เนื่องจากถ้าไม่มีง้อ งอนก็จะยังงอนอยู่อย่างนั้น และเมื่อปล่อยไปสักพัก งอนจะพัฒนาไปสู่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า เพราะงอนจะไม่ต้องการง้ออีกต่อไป งอนจะยืนหยัดอยู่เพียงลำพัง และวิวัฒนาการอย่างกล้าหาญกลายเป็น “โกรธ” และ “โมโห” หรืออาจถึงขั้น “อาละวาด” “องค์ลง” และ “งานเข้า” คราวนี้ก็ตัวใครตัวมัน
หรือที่แย่กว่านั้น งอนจะซึมเศร้า กลายเป็นความสงสารตัวเอง น้อยอกน้อยใจที่ไม่มีใครสนใจ หรือหากเป็นหนัก ๆ เข้า งอนอาจจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ไม่มีความหมายเลยก็เป็นได้
ไม่ว่าทางไหน งอนก็สูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปทั้งนั้น
ง้อจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการเหนี่ยวรั้งให้งอนยังคงเป็นงอนที่น่ารัก ไม่กลายเป็น “โมโห” หรือ “เสียใจ” ไปเสียก่อน
คิด ๆ ดูแล้วก็เป็นความสัมพันธ์ที่น่ารักดี เพราะต่างฝ่ายต่างเป็นความหมายของการมีอยู่ของอีกฝ่าย

กลับมาที่คนขี้งอน
บางคนอาจถามว่าคนขี้งอนน่าอิจฉาตรงไหน น่าเบื่อสิไม่ว่า ต้องคอยมาตามง้อ ตามเอาใจ เพราะถ้าไม่ง้อให้ถูกใจพระเดชพระคุณก็ไม่รู้ว่าแม่เจ้าประคุณหรือพ่อเจ้าประคุณจะระเบิดปังออกมาเมื่อไหร่
ถ้าอย่างนั้นฉันขอถามกลับว่า ไม่ว่าคุณจะง้อด้วยความเบื่อหน่าย เซ็งชีวิต หรือคิดว่า “เอาอีกแล้วเรอะ” อยู่ข้างในสักแค่ไหน คนขี้งอนก็รู้ว่ายังมีคนอย่างคุณตามง้อใช่ไหมล่ะ ไม่งั้นคงไม่งอน
นั่นล่ะที่น่าอิจฉา

ฉันไม่ได้อิจฉาที่คนขี้งอนมีคนขี้ง้อคอยตามง้อ ตามเอาใจ
แต่ที่ฉันอิจฉาคือ คนขี้งอนมีความมั่นใจว่าตัวเองเป็นที่รัก ตัวเองมีความสำคัญ และหากงอนแล้วจะมีคนตามง้อเสมอ

เพราะงอนอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีง้อ
หากไม่มั่นใจว่าจะมีคนง้อ จะกล้างอนให้ตัวเองเสียความรู้สึกเองหรือ
ความมั่นใจว่าตัวเองเป็นที่รักและเป็นคนสำคัญ นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากมีบ้าง
แต่ฉันก็ไม่มี
ด้วยเหตุนี้ฉันจึงแทบจะไม่เคยงอนใคร
ได้แต่แอบมองคนขี้งอนอย่างอิจฉาเล็ก ๆ อยู่ห่าง ๆ เท่านั้น

ปล. แต่ฉันเองก็ไม่คิดอยากจะเป็นคนขี้งอน เพราะรู้สึกเหมือนกันว่ามันน่ารำคาญ และสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเป็นบ้าเลย !!!
ปปล. ถ้ามีคนขี้งอนคนไหนเห็นด้วยกับสิ่งที่ฉันเขียนบ้างสักนิด ก็ขอให้ให้ความสำคัญกับคนขี้ง้อใกล้ ๆ ตัวมากขึ้นกว่านี้นะ คนเขียนจะดีใจมากเลย ^ ^


edit @ 10 Dec 2010 20:29:00 by z_tiars

Comment

Comment:

Tweet

พี่เจออยู่กับตัวพอดี 5555555+

ขี้งอนมาก ถึงมากที่สุด

ก็นะ... ว่ากันไป

เค้างอน ก็แสดงว่าเค้าแคร์อ่ะนะ แต่ถ้ามากไป มันก็ไม่ดี เพราะคนง้อ มันก็หงุดหงิด รำคาญใจ อะไรเทือกนี้

ก็เอาเป็นว่า ไม่รัก ก็ไม่ง้อ ไม่รัก ก็คงไม่งอน

อย่างไงก็แล้วแต่ ก็ต้องแคร์ความรู้สึกคนอีกคนด้วยอ่ะเนอะ จะงอน จะง้อ จะอะไร ก็มองที่จุดตรงกลาง ไม่มากไป ไม่น้อยไป เอาพอดีๆ

เอ๊ะ ชักงง หรือปลงตกไม่รู้ 55555555 question

#2 By ...Neverfearnat... on 2011-05-01 20:11

คนขี้งอนก็น่ารักดีค่ะ..แต่งอนน้อยๆหน่อย นิดนุง..คนตามง้อจะได้ไม่เหนื่อยโน๊ะconfused smile

#1 By ณ ปลายทาง. on 2010-12-10 20:39

Categories